?พช.มหาสารคาม ร่วมจัดรายการวิทยุ “ผู้ว่าฯ พบประชาชน”รณรงค์ เชิญชวน ให้คนไทยสวมใส่ผ้าไทย พร้อมทั้งส่งเสริมการน้อมนำพระราชดำริฯ ตามโครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และขยายผลโครงการ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ”?

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น.
ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดมหาสารคาม

นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ร่วมจัดรายการวิทยุ“ผู้ว่าฯ พบประชาชน” ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ประชาสัมพันธ์นโยบายเพื่อการพัฒนาประเทศที่สำคัญโดยมุ่งพัฒนาให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด

ในการนี้นายพงษ์ศักดิ์ คณะมะ พัฒนาการจังหวัดมหาสารคาม มอบหมาย นางพรมภัสสร ภูมิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมจัดรายการ โดยมีประเด็นประชาสัมพันธ์ ได้แก่

1.เรื่องมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย กรมการพัฒนาชุมชน เป็นเจ้าภาพหลักในการรณรงค์ เชิญชวน ให้คนไทยสวมใส่ผ้าไทย จังหวัดมหาสารคาม ได้ดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมการใช้ และสวมใส่ผ้าไทยของรัฐบาล โดยการส่งเสริมให้ข้าราชการทุกภาคส่วน สวมใส่ผ้าไทยในวันทำงาน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน อย่างเช่น วันอังคาร สวมใส่ผ้าลายสร้อยดอกหมาก วันพุธ สวมใส่ ผ้าไทยหรือ ผ้าพื้นถิ่น วันพฤหัสบดี สวมใส่ ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ซึ่งเป็นลายผ้าพระราชทาน วันศุกร์ สวมใส่ผ้าไทย โทนสีฟ้า ยกเว้นวันจันทร์ สวมใส่ชุดปฏิบัติราชการสีกากี ทั้งนี้จังหวัดมหาสารคาม ได้มีการส่งเสริมการทอผ้าลายประจำจังหวัด และลายประจำอำเภอ และได้ประกาศให้ผ้าลายสร้อยดอกหมาก เป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดมหาสารคาม เป็นการนำลวดลายพื้นฐานที่มีมาแต่โบราณ คือ ลายโคม ได้แก่ โคมห้า โคมเจ็ด โคมเก้า มาพัฒนาให้เป็นลายที่มีความละเอียด คือ ลายดอกเล็ก ละเอียด ลวดลายสวยงามสม่ำเสมอและเพิ่มสีสันให้สวยงามขึ้น
นอกจากนั้น ยังมีลายผ้าอัตลักษณ์ประจำอำเภอครบทั้ง 13 อำเภอ อย่างเช่น อำเภอเมืองมหาสารคาม คือ ลายกุญแจใจ, อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย คือ ลายดาวล้อมเดือน หรือ ลายดอกฮัง ลายผ้าประจำอำเภอกุดรังจังหวัดมหาสารคาม ได้สนับสนุน และส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจ แบ่งปันความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยสู่แฟชั่นที่ยังยืน โดยการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกิจกรรมเดินแบบแฟชั่น ในงานราตรีเส้นสายลายผ้า ใน“งานประเพณีบุญเบิกฟ้าและงานกาชาดจังหวัดมหาสารคาม” ซึ่งจังหวัดจัดเป็นประจำทุกปี ประจำปี2566 หรือ งานภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล “มหาไหมเมืองคาม ซึ่งในปีนี้ได้จัดเป็นครั้งที่ 3 ” ณ พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

มาตรการ “ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ และสวมใส่ผ้าไทย “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จังหวัดมหาสารคามมีการประชาสัมพันธ์ในหลากหลายช่องทาง ทั้ง Offline และ Online (เช่น หนังสือพิมพ์, นิตยสาร, สื่อโทรทัศน์, Facebook, Website, YouTube, Instagram, TikTok, Line และ
E-book เป็นต้น ) การดำเนินการในรูปแบบ Offline: จังหวัดมหาสารคาม ได้มีการจัดทำหนังสือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ มรดกทางภูมิปัญญา ชื่อ หนังสือ “ผ้าไหมล้ำเลอค่า มหาสารคาม”
เพื่อเป็นการเผยแพร่มรดกภูมิปัญญา ด้านการทอผ้าที่ชาวมหาสารคาม ได้สืบทอดมาจากบรรพชน จนกลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น ดังปรากฏในคำขวัญประจำจังหวัด คือ“พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร”
การดำเนินการในรูปแบบ Online : จังหวัดมหาสารคามมีการจัดทำเพจประชาสัมพันธ์ ผ่านทางเฟสบุ๊ค “จังหวัดมหาสารคาม”ชื่อ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก จังหวัดมหาสารคาม”และ“มหาสารคาม OTOP Today” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ ให้ประชาชนได้รู้จัก สนใจ และส่งเสริมการใช้ และสวมใส่ผ้าไทยมากขึ้นปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม มีกลุ่มผู้ประกอบการประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย
จำนวน 109 กลุ่ม มียอดจำหน่ายในครึ่งปี 2566 จำนวน 8,943,200 บาท เพื่อก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้จากภูมิปัญญา อันเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืน
จังหวัดมหาสารคาม ขอเชิญชวน พี่น้อง ชาวมหาสารคาม ได้สวมใส่ผ้าไทยในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผ้าของจังหวัดมหาสารคามของเรา เพื่อให้พี่น้องกลุ่มเกษตร ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยง กลุ่มทอผ้า กลุ่มตัดเย็บ มีรายได้เพิ่มขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า ซื้อสินค้า OTOP เพียง 1 ชิ้น ส่งผลให้ชาวบ้านมีกินมีใช้ อีกหลายครอบครัว

2.การขับเคลื่อนโครงการ บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง”และขยายผล โครงการ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน”
จังหวัดมหาสารคามได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (พะรัตนราชสุด่าฯ) สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้กิจกรรม “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” โดยการรณรงค์ให้ข้าราชการทุกภาคส่วน ภาคเอกชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป ปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในครัวเรือนของตนเอง อย่างน้อย 10 ชนิด ซึ่งพืชผักที่ปลูก ก็เป็นพืชผักที่ครัวเรือนบริโภคอยู่แล้ว ในครัวเรือน เช่น ข่า ตะไคร้ มะละกอ มะกรูด มะนาว พริก แมงลัก หรือ ผักอีตู่บ้านเราเป็นต้น ซึ่งเป็นการลดรายจ่าย และมีพืชผักสวนครัวที่ปลอดสารพิษไว้สำหรับบริโภค ทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และในบางครอบครัว สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการปลูกพืชผักสวนครัวอีกด้วย ซึ่งการดำเนินการปลูกผักดังกล่าวได้ขยายผล จนเกิดความต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

และในปี 2565 จังหวัดมหาสารคามได้จัดโครงการ หมู่บ้านมั่นคงปลอดภัย ร่วมใจปลูกผัก เพื่อให้เกิดพลังของชุมชน ในการสร้างความมั่นคงทางอาการที่เป็นรูปธรรม และเชิดชูเกียรติ หมู่บ้านที่ดำเนินการได้ดี และเป็นต้นแบบในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับในปี 2566 นี้ นอกจากการรณรงค์การปลูกผักในระดับครัวเรือนแล้ว ยังได้มีการขยายผลการปลูกผักจากครัวเรือน สู่ชุมชน ผ่านโครงการ “เส้นทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” โดยการรณรงค์ให้แต่ละอำเภอ คัดเลือกเส้นทาง เพื่อจัดกิจกรรม Kick Off ขับเคลื่อนโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน มาตั้งแต่ห้วงเดือนธันวาคม 2565

ปัจจุบันได้ขยายผล เต็มพื้นที่ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน โดยการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผักและไม้ผลในพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางคมนาคม บริเวณพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน เช่น วัด โรงเรียน บริเวณหนองน้ำสาธารณะ หรือแม้กระทั่งบริเวณสถานที่ราชการ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันของคนในชุมชน เกิดคลังอาหารของชุมชน เกิดความเอื้ออาทรดูแลคน ในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี พืชที่ปลูก อาทิเช่น ข่า ตะไคร้ กล้วย มะละกอ มะม่วง มะนาว ขนุน มะพร้าว เป็นต้น

ซึ่งจากผลการรณรงค์การน้อมนำแนวพระราชดำริฯ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร จะเห็นว่า แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤติโรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิท-19 ที่ผ่านมา จังหวัดมหาสารคามของ ไม่ได้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร จนถึงกับต้องมีการแย่งชิงกันเกิดขึ้น แต่กลับเกิดภาพของการเอื้ออาทร แบ่งปัน อาหารสำหรับผู้คน เกิดภาพแห่งความสามัคคี ช่วยเหลือ เกื้อกูล ทำให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤติโรคระบาดมาได้

ทั้งนี้ มีนางสุจิตรา ค้าเจริญ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมหาสารคาม ระบบ FM ความถี่ 106.50 MHz อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ที่กำหนดให้มีการผลิตรายการวิทยุ “ผู้ว่าฯ พบประชาชน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมหาสารคาม ทุกวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 09.10 ถึง 10.00 น. ประชาสัมพันธ์ภารกิจ นโยบาย ความรู้ ข้อมูลข่าวสารจากหน่วยราชการในจังหวัดให้ประชาชนในพื้นที่ทุกอำเภอได้รับทราบ และเป็นช่องทางเพื่อการสั่งการข้อราชการเร่งด่วนถึงหน่วยงานในพื้นที่ทุกอำเภอ

#ChangeforGood
#สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม
#พัฒนาคือสร้างสรรค์
#เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงชุมชนพึ่งตนเองได้
#กรมการพัฒนาชุมชน

(Visited 1 times, 1 visits today)