ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง เขต 12 ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการในพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

วันพุธที่ 15 มีนาคม 2566 เวลา 13.30 น.

นางรุ่งรัตนา บุญ-หลง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง เขต 12 ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการในพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยมี นายอำเภอนาดูน ผู้บริหาร ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ให้การต้อนรับ ณ จุดลงพื้นที่ ดังนี้

จุดที่ 1 สิมวัดป่าเลไลย์ บ้านหนองพอก ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ซึ่งมีจิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลย์ ประเด็นจิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลย์เป็นจิตรกรรมพื้นบ้านที่สะท้อนวิถีคิดเกี่ยวกับ“ โลก” ของผู้คนไทยลาวในสังคมลุ่มน้ำโขงจิตรกรรมฝาผนังดังกล่าวสะท้อนประวัติศาสตร์ความคิดและประวัติศาสตร์สังคมของคนอีสานในอดีตผ่านวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องพระลักพระรามแสดงให้เห็นรูปแบบการปกครองแบบอาญาสี่โครงสร้างสังคมอีสานเน้นสายสัมพันธ์ทางความคิดของคนลาวอีสานที่มีต่อโลกมนุษย์โลกสวรรค์และโลกบาดาลจิตรกรรมฝาผนังจึงทำให้เข้าใจความคิดของคนลาวอีสานที่มีต่อการมองโลกอย่างมีความสัมพันธ์กับชีวิตบนผิวโลกเหนือโลกและใต้พิภพที่ถูกนำมาแสดงให้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในวรรณกรรมลาวอีสานเรื่องพระลักพระรามที่มีการบรรจุอุดมการณ์ทางพุทธศาสนาไว้อย่างแยบคาย

จุดที่ 2 พระบรมธาตุนาดูน ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
อำเภอนาดูน เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณแห่งหนึ่งที่มีประวัติอันยาวนาน โดยบริเวณที่ตั้งของอำเภอนาดูนคือ เมืองจัมปาศรีที่เจริญรุ่งเรือนในสมัยทวารวดี เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-15 ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ค้นพบมากมาย สรุปความ ดังนี้
ถิ่นฐานอารยธรรมจัมปาศรีในอดีตกาล สันนิษฐานได้ว่ามีความเจริญรุ่งเรืองมา 2 ยุค คือ
ยุคทวรวดี ระหว่าง พ.ศ.1000-2000
ยุคลพบุรี ระหว่าง พ.ศ. 1600-1800
ในราวพุทธศตวรรษที่ 13-16 ภายในตัวเมืองและนอกเมืองมีเจดีย์สมัยทวารวดีอยู่ 25 องค์ (ขณะนี้ได้ขุดค้นพบแล้ว 10 องค์) เจ้าผู้ครองเมืองนครจำปาศรี นับตั้งแต่ พระเจ้ายศวรราช ได้สร้างสถานที่สักการะบูชาในพิธีทางศาสนาพราหมณ์และพุทธ เช่น เทวาลัย ปรางค์กู่ เป็นต้น ซึ่งถือว่าได้เจริญรุ่งเรืองทั้งในด้านศาสนา วัฒนธรรม และการปกครอง จนถึงขีดสุดแล้วได้เสื่อมถอยลงจนถึงยุคอวสานในสมัยพระเจ้าฟ้างุ่มแหล่งหล้าธรณี

ชาวจังหวัดมหาสารคาม คาดการณ์ว่า อุบัติการณ์ของพระบรมสารีริกธาตุครั้งนี้นับเป็นนิมิตหมายอันดี แก่ชาวจังหวัดมหาสารคามอย่างยิ่ง สมควรสร้างพระสถูปเจดีย์ประดิษฐาน ไว้ให้ถาวรมั่นคง เป็น ปูชนียสถานและสิริมงคลแก่ภูมิภาคนี้ต่อไป และเพื่อสืบทอดพระบวรศาสนาตามแนวทางแห่งบรรพชน จึงจัดสร้างโครงการพุทธมณฑลอีสานขึ้น
เพื่อเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ พุทธศักราช 2525-2529 ประกอบด้วยสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์พระธาตุนาดูนที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ศูนย์พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมจำปาศรี เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ อานาจักร จัมปาศรี นครโบราณของบริเวณนี้ซึ่งอยู่ในสมัยทวารวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-16 ประกอบด้วย วัด ส่วนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ศาลาพัก แหล่งน้ำ และถนน กำหนดพื้นที่ก่อสร้าง ณ โคกดงเค็ง มีปริมณฑล 902 ไร่เศษ

จุดที่ 3 พิพิธภัณฑ์กู่สันตรัตน์ ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ภายในอาคารมีการแบ่งโซนจัดแสดงออก เป็นหลายส่วน 1.ห้องโบราณวัตถุสมัยขอม มี 11 ชิ้น ที่ขุดพบในเขต ต.กู่สันตรัตน์ อาทิ รูปเคารพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร สี่กรประทับยืน 2.ห้องแสดงโบราณวัตถุที่เป็นพระกรุพระธาตุนาดูน
โดยได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร ให้นำมาจัดแสดงรวม 15 พิมพ์ มีการทำประกันภัยไว้กว่า 6 ล้านบาท และ 3.ห้องจัดแสดงโบราณวัตถุอื่นๆ ที่ชาวบ้านขุดพบนำมาบริจาคให้ อาทิ เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชุมชน พวกเครื่องจักสาน หม้อ ไห เครื่องมือทำการเกษตร จอบ เสียม กำไล เป็นต้น เป็นการรวบรวมสิ่งของตั้งแต่ยุคก่อนมาจนถึงยุคปัจจุบัน

#WorldSoilDay
#วันดินโลก
#soilswherefoodbegins #Soils4Nutrition
#FAO
#GlobalSoilPartnership
#MOI
#กระทรวงมหาดไทย
#บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SDGsforAll
#ChangeforGood
#Kmit
#พช_มหาสารคาม

(Visited 1 times, 1 visits today)