พช.มหาสารคาม “ประกวดครัวเรือนต้นแบบ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2565” ณ แปลงครัวเรือนต้นแบบ โคก หนอง นา พัฒนชุมชน นายบุญช่วย สุปะติ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 14.00 น.

นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ประธานกรรมการประกวดครัวเรือนต้นแบบ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะกรรมการคัดเลือก ได้แก่
นางวัชรี นาคแสง ปลัดจังหวัดมหาสารคาม
นายธงชัย เสาเสมา หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืชจังหวัดมหาสารคาม (ผู้แทนเกษตรจังหวัดมหาสารคาม)
นายวีระชัย เพชรดี ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น (ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคาม)
นายกะรัญ ดาวโคกสูง ครัวเรือต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล (ผู้แทนภาคประชาชน/สังคม)
นายสมนึก มณีพินิจ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน
และนางเพลินพิศ ภูวิศชยกร นักพัฒนาชุมชน ร่วมให้คะแนนตามเกณฑ์การคัดเลือก ฯ ณ แปลงครัวเรือนต้นแบบ โคก หนอง นา พัฒนชุมชน นายบุญช่วย สุปะติ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม อาทิเช่น นายอำเภอวาปีปทุม พัฒนาการอำเภอวาปีปทุม นายกอบต.หนองทุ่ม รองนายกอบต.หนองทุ่ม รองปลัดอบต.หนองทุ่ม ผอ.กอง ฯ อบต.หนองทุ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองทุ่ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นตัวแทน วัด บ้าน โรงเรียน เป็นต้น

โดยแปลงครัวเรือนต้นแบบ โคก หนอง นา พัฒนชุมชน ของนายบุญช่วย สุปะติ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคามนั้น เลือกแบบแปลนในการขุดปรับ ขนาด 1 ไร่ สัดส่วน 1:3 ดินร่วนปนทราย เริ่มโครงการโดยการขุดตามแบบมาตรฐานของกรมการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย บ่อน้ำ 2 บ่อ คลองไส้ไก่ แปลงนา และส่วนของโคกไว้สำหรับปลูกพืช การออกแบบคลองไส้ไก่ให้ลำเสียงน้ำจากบนลงล่างก่อนไหลเข้าบ่อ (จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ) และในเวลากลางคืนจะได้รับแสงจากดวงจันทร์ทำให้สัตว์ลอกคาบในเวลากลางคืน เช่น กุ้ง งู และยังเป็นการกระจายความชุ่มชื่นและนำปุ๋ยจากเศษใบไม้ไปยังพื้นที่เพาะปลูกแปลงนาสำหรับปลูกข้าว และตำเหน่งในการปลูกไม้ยืนต้น ตามทิศทาง ดิน น้ำ ลม ไฟ ทำให้เกิดระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ เกิดความร่มรื่น ชุมชื้น มีอากาสเย็นสบายตลอดทั้งวัน การห่มดินนั้นรอบแรกห่มด้วยฟางจำนวน 120 ก้อน ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ คือทฤษฎีใหม่ที่สำคัญต้องสร้างแหล่งน้ำให้เพียงพอหลักการโคก หนอง นา การบริหารจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเกษตรธรรมชาติ หลักภูมิสังคม การที่พืชจะเจริญเติบโตได้ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ ดินดี คือ จะประกอบด้วย แร่ธาตุ น้ำ จุลินทรีย์
และอากาศ นั่นก็คือการเลี้ยงดินเพื่อให้ดินเลี้ยงพืช ด้วยการห่มดิน และการทำน้ำหมักรสจืด เนื่องจากในพื้นที่มีการปลูกกล้วยไว้ก่อนแล้วและใส่ปุ้ยคอก และทำปุ๋ยหมัก และหลังเกี่ยวข้าวได้นำฟางมาห่มดินรอบที่ 2 เริ่มต้นจากการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ฟางข้าวประมาณ 120 ก้อน และปุ๋ยคอก 100 กระสอบ ราดด้วยน้ำหมักรสจืดในพื้นที่ 200 ตารางวา โดยไม่ใช้สารเคมีเลย หลังจากเลี้ยงดินแล้ว มีการปลูกป่า 5 ระดับ โดยเริ่มปลูกกล้วยจำนน 41 ต้น เพื่อเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลไม้ยืนต้น มีการจัดการบริหารน้ำในแปลงโดยขุดคลองไส้ไก่ ร่องน้ำ และการทำแซนวิซปลา นอกจากนี้ยังมีการทำบัญชีครัวเรือน มีฐานการเรียนรู้แก่คนในชุมชน มีแหล่งเรียนรู้ตามหลักทฤษฎีใหม่ จากฐานเรียนรู้ 9 ฐาน

นายบุญช่วย สุปะติ เจ้าของแปลง กล่าวถึงความภาคภูมิใจว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งน้ำไม่เพียงพอในการทำการเกษตร หลังจากที่ปรับพื้นที่ตามโครงการแล้ว มีการบำรุงดินตามหลักกสิกรรธรรมชาติ ทำให้มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร ทั้งเลี้ยง ปลา รดพืช และมีความชุ่มชื่นทั่วบริเวณ มีความมั่นคงทางด้านอาหารปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ระบบน้ำเพียงพอ ดินมีความอุคมสมบูรณ์ ทำให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน คือ ๔ พอ พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น ยังเหลือแบ่งปันให้กับผู้คนที่แวะมาเยี่ยมชม ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและความภาคภูมิใจ ยังส่งผลให้เกิดเครือบ่ายการเรียนรู้จากครอบครัวนนำไปปรับใช้ในแปลงของตนเองสามารถพึ่งตนเองได้สร้างความมั่นคงทางอาหารและตั้งปณิธานในการสืบสาน รักษาและต่อยอดศาสตร์พระราชาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจนเกิดความสุขอย่างยั่งยืนตลอดไป

#ChangeforGood
#พัฒนาคือสร้างสรรค์
#เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงชุมชนพึ่งตนเองได้
#CDD
#กรมการพัฒนาชุมชน
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmit
#WorldSoilDayCDD
#พช.มหาสารคาม
#โคกหนองนาพัฒนาชุมชน

(Visited 1 times, 1 visits today)