ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เข้ารับมอบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” “ผ้าลายชบาปัตตานี” และเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน”

วันอังคารที่ 5 มีนาคม 2567 เวลา 14.30 น.

ณ โรงแรม ดิ แอทธินีโฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ซูรี คอลเล็คชั่น ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” “ผ้าลายชบาปัตตานี” และเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ในการนี้ นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เข้าร่วมรับมอบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” “ผ้าลายชบาปัตตานี” และเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” เพื่อมอบให้กับช่างทอผ้า ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นำไปถักทอผสมผสานกับลวดลายภูมิปัญญาพื้นถิ่นตามความคิดสร้างสรรค์ สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาและงานหัตถศิลป์พื้นถิ่นให้ดำรงอยู่คู่กับแผ่นดินไทย และเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ยังผลให้ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต ผู้ประกอบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนเพิ่มคุณค่า และมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้อุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไปด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทย
นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดโครงการ Silk Festival 2023 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พระราชทานเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” แก่ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต และผู้ประกอบการ ที่สร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรม ด้วยขั้นตอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อผู้สร้างสรรค์และผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานสากล

และเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2567 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ ณ แหล่งสมาคมนายทหารสัญญาบัตร กองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พระราชทานแบบลายผ้า “ผ้าลายชบาปัตตานี” เพื่อเป็นของขวัญแก่ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต ผู้ประกอบการชาวจังหวัดปัตตานี เพื่อสร้างอัตลักษณ์ สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาและงานหัตถศิลป์พื้นถิ่น ให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินไทย

และเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผ้าทอแบบโบราณ ณ บ้านคำปุน ตำบลคำน้ำแขบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี พระราชทานแบบลายผ้า “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” ซึ่งเป็นลายที่ได้ทรงศึกษาค้นคว้าลวดลายผืนผ้าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และทรงนำมาออกแบบลายพระราชทานเนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยพระราชทานแบบตั้งต้นไว้ 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทผ้ากาบบัว ประเภทผ้ายก จก บิด แพรวา ประเภทผ้ามัดหมี่ และประเภทผ้าบาติก ซึ่งสามารถนำลายพระราชทานหลัก ทั้ง 4 ประเภทนี้ไปถักทอผสมผสานกับลวดลายภูมิปัญญาพื้นถิ่นตามความคิดสร้างสรรค์ต่อไป

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้ดำเนินการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ไปยังทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ยังผลให้ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต ผู้ประกอบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนเพิ่มคุณค่า และมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยและสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

พร้อมนี้นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวมอบแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ให้กับผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัด ว่า “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” นับเป็นชื่อที่มีความหมายทรงคุณค่า ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่เราจะได้น้อมนำไปเผยแพร่ ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่พระองค์ทรงห่วงใยประชาชนและได้ออกแบบลายผ้าพระราชทานให้กับผู้ประกอบการกลุ่มทอผ้า ซึ่งมีความหมายแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพระองค์ท่าน และพสกนิกรไทยทุกจังหวัดมีความจงรักภักดี และมีจิตใจที่มุ่งมาดปรารถนาที่จะถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งการถวายพระพรชัยมงคลที่ทรงคุณค่ายิ่ง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระประสงค์และความปรารถนาอันแรงกล้า โดยใช้งานหัตถศิลป์และภูมิปัญญาไทยอันก่อให้เกิดรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชน นำมาซึ่งความสุข ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทานพระราชดำริ โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ก่อให้เกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นมากมายต่อพี่น้องประชาชน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนสู่กลุ่มผู้ประกอบการ OTOP กว่า 2 แสนล้านบาท จึงขอให้พวกเราทุกคนได้ช่วยกันเป็นตัวแทนพระองค์ จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” “ผ้าลายชบาปัตตานี” และเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ของจังหวัด ตามความเหมาะสม รวมถึงเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิธี พร้อมจัดทำนิทรรศการให้ความรู้ ส่งเสริมช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่าย รวมถึงเชิญผู้ที่ประสงค์จะจับจ่ายใช้สอยงานจากภูมิปัญญาไทย ตลอดจนเชิญสื่อมวลชนทั้งสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
บันทึกภาพเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ พร้อมรายงานมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยกันเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทำให้คนในสังคมได้รับรู้รับทราบ และอยากเป็นเจ้าของงานที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทย ซึ่งการเผยแพร่ที่สำคัญ คือ การสวมใส่ผ้าไทย อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะทำให้ผ้าไทยอยู่อย่างนิรันดร์ เป็นอมตะ และเป็นที่นิยม คือ การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่พระองค์ท่านทรงน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ นั่นคือ “แฟชั่นยั่งยืน (Sustainable Fashion)” ที่มุ่งเน้นไปทางผลิตภัณฑ์ และ “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” ที่มุ่งเน้นองค์รวมของชีวิตคน ซึ่งทั้งสองเป็นเรื่องเดียวกัน ล้วนแล้วแต่คำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) บนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่นเดียวกับลายผ้าพระราชทาน ที่ผู้นำทุกท่านต้องเอาจริงเอาจังเอาใจใส่ผลักดันขับเคลื่อนในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อเป้าหมายของภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ได้ร่วมทำงานสนองคุณแผ่นดินไปด้วยกัน”

#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
#ผ้าไทยใส่ให้สนุก
#พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

(Visited 1 times, 1 visits today)