วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2565 เวลา 16.00 น. ณ ลาน EVENT HALL 1 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมของดีผลิตภัณฑ์ชุมชน ร้อยแก่นสารสินธุ์” โดยได้รับเกียรติจาก นายประจัญ จันทร์เนตร์ พัฒนาการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมในพิธีเปิดฯ
ในการนี้ นายพงษ์ศักดิ์ คณะมะ พัฒนาการจังหวัดมหาสารคาม ได้กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการฯ พร้อมด้วย นายชัยพร เขิมขันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นายเจษฎาธนพงษ์ โพธิ์ตาก ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอ และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม ร่วมในพิธีเปิดฯ
จังหวัดมหาสารคาม ได้รับงบประมาณโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อดำเนินโครงการยกระดับผ้าไหมกลุ่มจังหวัดสู่นานาชาติ ในกิจกรรมยกระดับผ้าไหมกลุ่มจังหวัดสู่นานาชาติ (จังหวัดมหาสารคาม) เพื่อพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ให้มีคุณภาพ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัด/กลุ่มจังหวัด ให้มีโอกาสทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ้าลายอัตลักษณ์จังหวัด/กลุ่มจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กอปรกับจังหวัดมหาสารคามมีวิสัยทัศน์ คือ “เกษตรกรรมยั่งยืน นำภูมิปัญญาสร้างคุณค่า พัฒนาการค้าการลงทุน สู่สังคม มีสุข ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี ” จึงได้กำหนดจัดงานภายใต้ชื่อ “มหกรรมของดีผลิตภัณฑ์ชุมชน ร้อยแก่นสารสินธุ์” ระหว่างวันที่ 24 – 28 กันยายน 2565 ณ ลาน EVENT HALL 1 ศูนย์การค้าอยุธยา ซิตี้พาร์ค อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จาก 4 จังหวัด เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า จำนวน 30 กลุ่ม ประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด 3 กลุ่ม จังหวัดขอนแก่น 10 กลุ่ม จังหวัดกาฬสินธุ์ 3 กลุ่ม และจังหวัดมหาสารคาม 14 กลุ่ม
นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งผลกระทบทางด้านสังคม การคมนาคม สาธารณสุข และเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศทั้งภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจ ต่างได้รับผลกระทบ สถานศึกษา สถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ตลาดนัด รวมถึงบริการอื่นๆ อีกจำนวนมาก ต้องถูกสั่งปิดกิจการชั่วคราว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค Covid -19 ทำให้พี่น้องประชาชน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ กลุ่ม OTOP ขาดโอกาสในการนำสินค้าออกมาจำหน่าย ทำให้ขาดรายได้หรือมีรายได้ลดลงจากเดิม ซึ่งการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ในครั้งนี้ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีโอกาสได้นำสินค้าออกมาจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ และทุกกลุ่มที่นำสินค้ามาจำหน่ายในครั้งนี้ มีประชาชนอีกหลายครอบครัว ที่อยู่ในหมู่บ้านชุมชน ได้รับประโยชน์จากการเป็นสมาชิกกลุ่มด้วย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานในครั้งนี้จะได้รับความสนใจ พร้อมทั้งได้รับการอุดหนุนจากชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง หรือ กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ เป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้า และเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ด้วยการทำให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านชุมชนมีอาชีพและมีรายได้จากการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย
#๗๐พรรษาจิตอาสาเทิดไท้องค์ราชัน#WorldSoilDay#GlobalSoilPartnership#UNFAO#SEPtoSDGs#SDGforAll#๖๐ปีกรมการพัฒนาชุมชน#CDD#๑๓๐ปีกระทรวงมหาดไทย_บำบัดทุกข์บำรุงสุข