วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00 น. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ดำเนินกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” เก็บเกี่ยวผลผลิตจากแปลงโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” (พช.) โดยนางสาวสุปรียา พรมจันทร์ พัฒนาการอำเภอนาเชือก ได้มอบหมายให้ นางสาวพิศมัย แพนสมัย พัฒนากรประจำตำบล พร้อมด้วยนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ ต.หนองแดง ต.สำโรง ต.ปอพาน ต.หนองเม็ก ต.สันป่าตอง ต.หนองกุง ต.เขวาไร่ อำเภอนาเชือก ร่วมกับครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ณ พื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Household Lab Model for quality of life : HLM) ระดับครัวเรือน แปลงนางทัศนี ต่างมงคล และ แปลงนางสาวนิยม ทศไกร บ้านเก่าใหญ่ และ บ้านหนองแดง ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีตัวแทนครัวเรือนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คน ทั้งนี้ นางสาวสุปรียา พรมจันทร์ พัฒนาการอำเภอนาเชือก ก็ได้เน้นย้ำผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้พี่น้องประชาชน เกิดความรัก ความสามัคคี มีการช่วยเหลือเกื้อกูลอันดีระหว่างกัน เป็นการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดการถ่ายทอดและขยายผลโครงการ พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” เช่น การลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นการรักษาวัฒนธรรมอันดีที่นับวันจะเลือนหายไปให้คงอยู่ในสังคม เพื่อให้คนรุ่นหลังได้สืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่บรรพบุรุษได้สร้างขึ้นมา นอกจากนี้ก็มีการทำซุ้มไม้ และการห่มดิน เพื่อให้ร่วมเรียนรู้สร้างทักษะผ่านการลงมือปฏิบัติพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ และหลักกสิกรรมธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด “คึกคัก คล่องแคล่ว ครื้นเครง” เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน มีการวางแผนทำกิจกรรม แบ่งหน้าที่ แบ่งคน แบ่งงาน และลงมือปฏิบัติจริง ด้วยกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
การทำซุ้มไม้ เพื่อปรับภูมิทัศน์ในบริเวณแปลง ให้มีความสวยงาม และมีประโยชน์ เป็นทั้งร่มเงา เป็นจุดปลูกผักไม้เลื้อย เช่น บวบ ฟัก เป็นต้น

การห่มดิน…เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช “การห่มดิน” หรือ “คลุมดิน” โดยใช้ฟาง เศษหญ้า หรือใบไม้ ห่มรอบโคนต้นไม้ โดยเว้นให้ห่างจากโคนต้นไม้ 1 คืบ ห่มหนา 1 คืบ-1ฟุต ทำเป็นวงเหมือนโดนัท จากนั้นโรยด้วยปุ๋ยคอกบางๆ และรดน้ำด้วยน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำเจือจาง อัตราส่วน 1 : 50-100 เพื่อให้อาหารแก่ดิน แล้วดินจะปล่อยธาตุอาหารให้พืช โดยกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์เรียกหลักการนี้ว่า “เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช” ซึ่งจะทำให้ดินกลับมามีชีวิต เสมือนเป็นการ “คืนชีวิตให้แผ่นดิน” คือ ทำให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อยู่ในดิน เช่น จุลินทรีย์ ไส้เดือน กิ้งกือ ฯลฯ ซึ่งช่วยพรวนดิน และถ่ายมูลเป็นปุ๋ยให้พืช มีอาหารและที่อยู่อาศัย ทั้งยังช่วยรักษาความชื้น ช่วยย่อยแร่ธาตุที่อยู่ในหิน ลูกรัง ทราย เป็นต้น

กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีไทยที่แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ ที่มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังสามารถช่วยสร้างความสมัครสมานสามัคคีกันในหมู่บ้านชุมชนได้อีกด้วย
นางสาวพิศมัย แพนสมัย นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ เปิดเผยว่า ในขณะที่เราลงแขกเกี่ยวข้าว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมกัน ร้อง เล่น เต้น รำ ตามเสียงเพลงที่เปิดบรรเลงดังทั่วท้องทุ่งนา ที่ประยุกต์จากสมัยก่อน ในขณะที่เกี่ยวข้าว ก็จะมี การละเล่น ร้องเพลง เกี่ยวข้าวระหว่างหนุ่มสาว เป็นที่สนุกสนาน และเพลิดเพลิน อันเป็นวิถีชาวนา เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้ที่ประกอบอาชีพทำนา เพื่อสร้างแรงจูงใจ เพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อยได้ ดังนั้น การลงแขก จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความรัก ความผูกพันในชุมชน อีกทั้งเป็นการปลูกฝังหลักความรู้คู่คุณธรรม ตามวิถีแห่งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีการร่วมแรงร่วมใจ แบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เสียสละ มีความเพียร ซึ่งนับว่า กิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” ในวันนี้ เป็นการสร้างสรรค์บรรยากาศที่ดีในการทำงานแบบพี่แบบน้อง สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชน ตลอดจนเป็นแหล่งประสบการณ์ ให้การเรียนรู้และสร้างสมภูมิปัญญาไปด้วย
ดังนั้น ในการทำกิจการ งานใดๆ ไม่ว่า งานเล็ก งานใหญ่ จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะทุกคน ต่างมีน้ำใจให้กันและกัน ช่วยงานกัน คนละมือละไม้ ใช้เวลาไม่นาน งานก็สำเร็จลุล่วงไปได้ตามวัตถุประสงค์

#OTOP
#ChangeforGood
#พัฒนาคือสร้างสรรค์
#เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงชุมชนพึ่งตนเองได้
#CDD
#กรมการพัฒนาชุมชน
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmit
#WorldSoilDayCDD
#พช.มหาสารคาม
(digital camera) ภาพ/ข่าว: โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนาเชือก/ทีมประชาสัมพันธ์ พช.มหาสารคาม PRCDDMahasarakham