วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564
นางสงวน มะเสนา พัฒนาการจังหวัดมหาสารคาม มอบหมายให้ นายสมนึก มณีพินิจ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยนายโกเมท เดชกวินเลิศ พัฒนาการอำเภอโกสุมพิสัย และนางรัชนีกร กลมกล่อม นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) ลงพื้นที่ร่วมกับครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Household Lab Model for quality of life : HLM) ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” และคนในชุมชน ตำบลวังยาว ร่วมกันเอามื้อสามัคคี ณ พื้นที่แปลง “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” นางสังวาลย์ เหล่าหนองจันทร์ หมู่ที่ 5 บ้านหนองไร่ ต.วังยาว อ.โกสุมพิสัย ซึ่งมีขนาดแปลง 3 ไร่ มีการออกแบบตามแบบมาตรฐานกรมการพัฒนาชุมชน สัดส่วน 1:1 ลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย

สำหรับกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทักษะแก่ครัวเรือนต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการฯ และขยายผลสู่ครัวเรือนที่มีความสนใจ สร้างกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน สามารถนำไปปรับใช้ในครัวเรือนและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักทฤษฎีใหม่รูปแบบประยุกต์ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 15 คน ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) โดยเคร่งครัด ในการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว จัดให้มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อสร้างเครือข่าย ขยายผลสู่ครัวเรือนที่สนใจและได้ดำเนินกิจกรรม ดังนี้
1. กิจกรรมหน้าเสาธง
2. กิจกรรมทำซุ้มไม้เลื้อย
3. กิจกรรมทำป้ายศูนย์เรียนรู้
4. กิจกรรมทำแซนวิชปลา

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ที่ผู้เข้าร่วมให้ความสนใจต้องการศึกษาเรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนได้ ก็คือการทำซุ้มไม้เลื้อยโดยใช้วัสดุที่หาได้ในท้องที่ อย่าง ไม้ไผ่ ซึ่งเจ้าของแปลงร่วมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้มีการวางแผนร่วมกันว่าพื้นที่ตรงนี้ จะมีการปลูกผักไม้เลื้อย เช่น บวบ ฟัก ซึ่งนอกจากจะสามารถนำมารับประทานแล้ว ยังช่วยให้ร่มเงา และสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม ร่มรื่น น่าสนใจแก่ผู้พบเห็น โดยเฉพาะผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีการทำแซนวิชปลา เพื่อสร้างแหล่งอาหารธรรมชาติให้แก่สัตว์น้ำ ซึ่งช่วยลดต้นทุน ทั้งยังเป็นการบำบัดรักษาน้ำด้วยการสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม การทำแซนวิสปลา จะทำไว้ที่ริมตลิ่ง โดยใช้ลำไม้ไผ่ปักลงไปถี่ ๆ ให้เป็นวงโค้ง แล้วเหลาไม้ไผ่สานให้รอบวงโค้ง ลักษณะเหมือนคอก จากนั้นนำฟาง หรือเศษใบไม้สุมลงไปให้มีความสูง 1 ฟุต หรือ 1 ศอก ย่ำให้แน่น ใส่ปุ๋ยคอก และรดน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ โดยทำสลับกันเป็นชั้น ๆ จนเต็มคอก เมื่อทิ้งไว้สักระยะ จุลินทรีย์ในปุ๋ยคอกและน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพจะช่วยย่อยเศษพืช ทำให้เกิดแพลงก์ตอน หนอน และไรแดง ขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของปลาและสัตว์น้ำทุกชนิด

นางสังวาลย์ เหล่าหนองจันทร์ ครัวเรือนต้นแบบ เจ้าของแปลง “โคก หนอง นา พช.” เปิดเผยว่า ในพื้นที่แปลงของตนได้มีการพัฒนาโดยการปรับพื้นที่ และปรับปรุงดินให้เหมาะสมแก่การปลูกพืชผัก ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ที่ได้ฝึกอบรมระยะสั้นมา ซึ่งได้รับคำแนะนำจากครูพาทำ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน นพต. และภาคี เครือข่าย มีการปลูกป่า 5 ระดับ เลี้ยงปลานิล ปลาตะเพียน ปลาดุก เลี้ยงกบในนาข้าว ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีผลผลิต เช่น สัตว์น้ำ กล้วยน้ำหว้า สามารถนำไปจำหน่าย และแบ่งปันให้ญาติ และเพื่อนบ้านได้บ้างแล้ว ซึ่งตนก็ได้มีแผนในการปลูกผักเพื่อบริโภคและจำหน่ายเพิ่มเติม นางสังวาลย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าจะพัฒนาแปลง โคก หนอง นา ในพื้นที่ 3 ไร่ ของตนให้เป็นศูนย์เรียนรู้ พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” เพื่อจะนำความรู้ที่ได้เข้าอบรม และการลงมือปฏิบัติจริง แล้วเกิดเป็นองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์นี้ ถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่สนใจได้นำไปปรับใช้และต่อยอดในพื้นที่แปลงของตนต่อไป

นายสมนึก มณีพินิจ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กิจกรรมเอามื้อสามัคคี ถือเป็นการเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริง ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ร่วมกันในเรื่องของการวางแผนทำกิจกรรม แบ่งหน้าที่ แบ่งคน แบ่งงาน ภายใต้แนวคิด “คึกคัก คล่องแคล่ว ครื้นเครง” และลงมือปฏิบัติจริง ด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การห่มดิน การจัดการน้ำ การปั้นคันนา การทำแซนด์วิชปลา การบำรุงดิน การปลูกดอกไม้ล่อแมลง การปลูกหญ้าแฝก การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ปลูกไม้ 5 ระดับ (สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน กินหัว) จบกิจกรรมด้วยการท่องคาถา “เลี้ยงดิน ให้ดิน เลี้ยงพืช” และการเก็บอุปกรณ์ เมื่อเสร็จจากกิจกรรมลงมือปฏิบัติ และมีการรับประทานอาหารร่วมกันโดยแต่ละคนหิ้วปิ่นโตอาหารมาจากบ้าน ซึ่งเป็นผลผลิตจากการทำเกษตรมาแบ่งปันกัน และในระหว่างการรับประทานอาหารก็จะมีการแบ่งปันความรู้สึกดีๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้ทำจริง

ด้าน นายโกเมท เดชกวินเลิศ พัฒนาการอำเภอโกสุมพิสัย ได้กล่าวเสริมว่า กิจกรรมเอามื้อสามัคคี ร่วมกันพัฒนาแปลง ถือเป็นกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันในสังคม และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ร่วมเรียนรู้สร้างทักษะผ่านการลงมือปฏิบัติตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ทำให้เกิดความรัก ความผูกพันในชุมชน
อีกทั้งเป็นการปลูกฝังหลักความรู้คู่คุณธรรม ตามวิถีแห่งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีการร่วมแรงร่วมใจ แบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เสียสละ มีความเพียร ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างสรรค์บรรยากาศที่ดีในการทำงานแบบพี่แบบน้อง สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชน
#โคกหนองนา
#โคกหนองนาโมเดล
#โคกหนองนาพัฒนาชุมชน
#Khoknongna
#กรมพัฒนาชุมชน
#พช.มหาสารคาม
#CDD
#WorldSoilday
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#SAPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
#WorldSoilDayCDD
ภาพ/ข่าว : นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ ต.วังยาว อ.โกสุมพิสัย / ทีมประชาสัมพันธ์ พช.มหาสารคาม PRCDDMahasarakham